วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

แนะนำโปรแกรม Sket up

1.ด.ญ.ณิชาภัทร  คำเบี้ยว เลขที่ 36
แนะนำโปรแกรม


2.ด.ญ.พรพิมล  รุจิตร  เลขที่ 23
แนะนำวิธีใช้โปรแกรม


3.ด.ญ.สุรีย์พร  ผลสิน  เลขที่ 8
แนะนำวิธีใช้โปรแกรม


4.ด.ญ.ดิศราพร  นวนไชยดี  เลขที่ 2
แนะนำวิธีใช้โปรแกรม

ม.3/8


วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

สรุปติว O - Net ชั้นม.3


การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์
 Input - Process - Output
Input = นำข้อมูลเข้า
Process = ประมวลผล
Output = แสดงผลข้อมูล

ระบบของคอมพิวเตอร์
Software = ชุดคำสั่ง
Hardware = อุปกรณ์เกี่ยวกับทำงานของระบบคอมพิวเตอร์
Data = ข้อมูล
Software มี2 ประเภท ได้แก่1.Software ระบบ  System เช่น Window Andriod IOS IE Chome
2.Software ระบบ  Application คือ โปรแกรมที่จัดทำขึ้นเพื่อสนองความต้องการของโปรแกรมนั้นๆ เช่น Game
ภาษาของคอมพิวเตอร์
 ภาษาของคอมพิวเตอร์ มี 3 ระดับ ได้แก่
1.ต่ำ 2. กลาง 3. สูง
ตัวอย่างของภาษาระดับต่ำ
เป็นเลขฐาน ประกอบด้วย  เลขฐาน 2เลขฐาน 10 เลขฐาน8เลขฐาน 16
 ฐาน2 จะแปรเป็นคำสั่งให้ Hardware ทำงาน ฐาน2 ประกอบด้วย 0,1
ฐาน8 ประกอบด้วย 0-7 ,0,1,2,3,4,5,6,7
ฐาน 16 ประกอบด้วย 0,1,2,3,4,5,6,7,8,9 แล้วจะประกอบด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ A,B,C,D,E,F จะเห็นได้จากหมวดกราฟิก
ความรู้เพิ่มเติม
การแปลงเลขฐาน 2และฐาน10

             การแปลงเลขฐานสองกลับเป็นเลขฐานสิบต้องอาศัยค่าประจำหลักของแต่ละบิตในเลขฐานสองที่ต้องการแปลง โดยเราจะแยกตัวเลขในแต่ละบิตมาคูณด้วยค่าประจำหลักแล้วนำผลลัพธ์จากการคูณดังกล่าวมารวมกัน จะได้เลขฐานสิบที่มีค่าตรงกับเลขฐานสองดังตัวอย่างต่อไปนี้
 



ตัวอย่างที่ 1 แสดงการแปลงเลข 100012 ให้อยู่ในรูปเลขฐานสิบ
100012
= (1 x 24) + (0 x 23) + (0 x 22) + (0 x 21) + (1 x 20)

= 16 + 0 + 0 + 0 +1

= 17



ตัวอย่างที่ 2 แสดงการแปลงเลข 1001112 ให้อยู่ในรูปเลขฐานสิบ

1001112
= (1 x 25) + (0 x 24) + (0 x 23) + (1 x 22) + (1 x 21) + (1 x 20)

= 32 + 0 + 0 + 4 + 2 + 1

= 39


วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

กีฬาสีค๊าาาา วันที่ 28 ธันวาคม 2555




งานกีฬาสีประจำปีการศึกษา 2555 ค๊าาาา


สีฟ้าาาาาาาค๊าาาาา  สวยมากกกก



                                                              สีฟ้าอีกแล้ววววว


พี่บิวค๊าาาาสีชมพู   สวยยยมากก


สีฟ้าาาาอีกแล้ววววว  ก้สวยค๊าาา


สีแดงงงงงค๊าาาา


สีเขียยยววววค๊าาาา

วันป้องกันอุบัติภัย


วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

เพลงที่ฉันชอบ เที่ยงคืนสิบห้านาที



งานนำเสนอกลุ่ม โรงเรียนของฉัน



ผู้จัดทำ

1.  นางสาวสุรีย์พร      ผลสิน           เลขที่   8
2.  นายคมสัน             สุวรรณกูฏ     เลขที่  19
3.นางสาวเกศินี           วิเชียรชัย      เลขที่  20

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3/8

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

แนะนำตนเอง



สวัสดีค่ะ  ดิฉันชื่ิอ เด็กหญิงสุรีย์พร   ผลสิน  ชั้นมัธยมศึกษษปีที่  3/8  เลขที่  8  ชื่อเล่น  เบญค่ะ

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

บัตรเชิญร่วมกินกรรม

โดย  เด็กหญิงสุรีย์พร  ผลสิน  ชั้นม. 3/8  เลขที่ 8

วันแม่แห่งชาติ

ประวัติวันแม่

          แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป 
มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความ สำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัน แม่ของชาติ 
ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ

1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน
2. จัดกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ  
3. จัดกิจกรรมเการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลเพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่
 4. นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่

สัญลักษณ์ที่ใช้ในวันแม่

วันมาฆบูชา

ความเป็นมาของวันมาฆบูชา

            "มาฆบูชา" ย่อมาจาก "มาฆปูรณมีบูชา" หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ ตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (ตกช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม) ถ้าในปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน 8 สองหน (ปีอธิกมาส) ก็เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 3 หลัง (วันเพ็ญเดือน 4)
             วันมาฆบูชา ได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศานาพุทธเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 รูปนั้นได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง, พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4
               เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกล่าวว่า เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญยิ่ง ควรมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาเลื่อมใส จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึ้นโดยการประกอบพระราชพิธีคงคล้ายกับวันวิสาขบูชา คือมีการบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ มีการพระราชทานจุดเทียนตามประทีปเป็นพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระอารามหลวงต่าง ๆ เป็นต้น โดยในช่วงแรกพิธีมาฆบูชาคงเป็นการพระราชพิธีภายใน ยังไม่แพร่หลายทั่วไป จนต่อมาความนิยมจัดพิธีมาฆบูชาจึงได้ขยายออกไปทั่วราชอาณาจักร
               ปัจจุบันวันมาฆบูชาได้รับการประกาศให้เป็นวันหยุดราชการในประเทศไทยโดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตร การฟังพระธรรมเทศนา การเวียนเทียน เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์ซึ่งกล่าวถึงหลักคำสอนอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ได้แก่ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส เพื่อเป็นหลักปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนทั้งมวล

 เหตุการณ์สำคัญที่เกิดในวันมาฆบูชาตามพุทธประวัติ
           ความสำคัญ"วันมาฆบูชา" เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์แก่มหาสังฆสันนิบาตในมณฑลวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งในวันนั้นมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการคือ
1.พระสงฆ์ 1,250 รูปที่พระพุทธองค์ได้ส่งไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาตามแว่นแคว้นต่างๆ ได้กลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
2.พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นเอหิภิกขุที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เองทั้งสิ้น ซึ่งเรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา
3.พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ คือผู้ได้อภิญญา 6 ข้อ
4.วันที่พระสงฆ์ทั้งหมดมาชุมนุมกันนี้ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3)
ด้วยเหตุการณ์ประจวบกับ 4 อย่าง จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จาตุรงคสันนิบาต (มาจากศัพท์บาลี จตุ+องฺค+สนฺนิปาต แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสี่ประการ) โดยประชุมกัน ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว 9 เดือน (45 ปี ก่อนพุทธศักราช)



วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กิจกรรมที่ 4.1 4.2

4.1

<html>
<head>
<script language=''javascript''>//
<!--

var a;
var b;
a=prompt(''ความกว้าง'');
b=prompt("ความยาว");
alert(''พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า''+a*b);

</script>
</head>
</html>

4.2


<html>
<head>
<script language=''javascript''>//
<!--

var a;
var b;
a=prompt(''ความกว้าง'');
b=prompt("ความยาว");
alert(''พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า''+a*b);

</script>
</head>
</html>